Oh Oppa Loading

เสน่ห์ที่ทำให้ Produce 101 ซีซัน 2 ได้รับความนิยม

 

Produce 101*  คือรายการที่หลายคนบอกว่า “ไม่น่าหลงไปดูตั้งแต่แรก (เลยกรู)”

เพราะหลังจากนั้นชีวิตคือหายนะ (ของเงินในกระเป๋าตังค์) อันแท้จริง

 

 

รายการนี้คือ Survival Reality Show ของเหล่าเด็กฝึกหัด 101 คน ที่มาแข่งขันเพื่อจะได้เป็น 11 คนที่จะได้เดบิวต์ในฐานะวงไอดอล

กติกาการให้คะแนน คือให้ผู้ชมทั่วประเทศเป็นคนโหวต โดยมีการคัด 4 รอบ คือ รอบที่คัดเหลือ 60 คน, 35 คน,​ 20 คน, และ 11 คนในรอบสุดท้าย (รอบถ่ายทอดสด) ตามลำดับ

นอกจากผู้ชมจะเป็นผู้มีสิทธิกำหนดว่าเด็กฝึกคนไหนจะได้เดบิวต์แล้ว ผู้ชมที่ถูกเรียกว่า “โปรดิวเซอร์แห่งชาติ” ยังมีสิทธิโหวตเลือกชื่อวง คอนเซปต์ รวมถึงเพลงเดบิวต์ด้วย

Produce 101 มีมา 2 ซีซันแล้ว โดยซีซันแรกออกฉายเมื่อปี 2016 (22 มกราคม – 1 เมษายน) เป็นการแข่งขันของเด็กฝึกหัดผู้หญิง ก่อนรายการออกฉาย กระแสไม่แรงมาก เริ่มเรตติ้ง**อยู่แถวๆ 1.04 % ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในรายการร้อนแรงของปีนั้น จบรายการด้วยเรตติ้ง 4.38 %  และเหล่าเด็กฝึกหัด 11 สาวที่ได้เดบิวต์เป็นไอดอลภายใต้ชื่อวง I.O.I ก็โด่งดังในฐานะเกิร์ลกรุ๊ป ได้รับการติดต่อจากแบรนด์โฆษณาจำนวนมากตั้งแต่รายการยังไม่จบด้วยซ้ำ เพลงประจำรายการ ( Pick Me) ถูกนำไปพูดถึงหรือล้อเลียนในรายการทีวีและละครดัง (มีโผล่ไปในซีรีส์ Goblin ด้วย) สมาชิก 11 คนของ I.O.I ถือว่าเป็นที่รู้จักในเกาหลีในวงกว้าง

เรียกได้ว่า Produce 101 เวอร์ชั่นผู้หญิง ประสบความสำเร็จมากในตอนนั้น จนปลายปี ค.ศ. 2016 ตอนที่ Mnet ประกาศจะทำเวอร์ชั่นผู้ชาย จึงมีกระแสตีกลับ มีความคิดเห็นประมาณว่า “ไม่มีใครอยากดูเด็กผู้ชายแข่งขันกันหรอก” แพร่สะพัดจำนวนมากในอินเตอร์เน็ต และมีชาวเน็ตโพสข้อมูลว่า ปาร์ค จินยอง (JYP) ประธานค่าย JYP   เป็นคนพูดเองว่าไม่มีใครอยากดูรายการเกี่ยวกับเด็กฝึกหัดผู้ชายหรอก*** ถ้า JYP พูดอย่างนั้นจริง นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมใน Produce 101 ซีซัน 2 เราเลยไม่ได้เห็นเด็กฝึกจากค่าย JYP มาแข่งขันนั่นเอง (ซีซัน 2 สามค่ายดังอย่าง JYP, SM, YG ไม่ส่งเด็กฝึกมาเลย แต่ซีซันแรก มีเด็กฝึกจาก JYP มา คือ จอนโซมี ซึ่งโซมี ได้อันดับหนึ่งของรายการ และกลายเป็น Center ของวง I.O.I)

 

แต่ถึงวันนี้ เราอาจพูดได้ว่า การเอาเด็กฝึกผู้ชาย 101 มากองรวมกัน กลายเป็นกลยุทธ์ความสำเร็จของ Mnet อย่างแท้จริง

คงไม่เกินเลยเกินไป หากจะพูดว่า Produce 101 ซีซัน 2 คือหนึ่งในรายการที่ประสบความสำเร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 2017 เมื่อวัดผลจากเรตติ้ง**** และกระแสสังคมที่พูดถึงรายการนี้ (รวมถึงการติดเทรนด์ Twitter Top 10 ครึ่งแรกของปี ทั้งในเกาหลีใต้และไทย

 

 

เกริ่นมาตั้งนาน เพื่อจะบอกว่า เสน่ห์ของรายการ Produce 101 ซีซัน 2 อยู่ตรงไหน

และท่ามกลางรายการ Survival Reality Show จำนวนมากในเกาหลีใต้ ทำไมรายการนี้จึงโดดเด่น และประสบความสำเร็จในวงกว้าง

นี่คือเหตุผลในความคิดเห็นของผู้เขียน

 

(1)แน่นอน, กระแสความดังของซีซันแรกมีผล

จากความสำเร็จของ Produce 101 ซีซันแรก ที่ส่งผลให้ I.O.I เป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่โดดเด่นในปี 2016 (ได้รางวัล Rookie หรือเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่จากหลายเวที) กระแสความดังของซีซันแรก ส่งผลต่อซีซัน 2 อย่างมาก ส่วนหนึ่งเพราะ ก่อนที่ซีซันแรกจะดังระดับนั้น หลายคนไม่สนใจดูรายการ Produce 101 มาก่อน พอซีซันแรกดัง แล้วหลายคนพบว่าตัวเองพลาดไป พอซีซัน 2 ออกฉาย หลายคนเลยไม่อยากพลาดอีก จึงให้ความสนใจและติดตามตั้งแต่ (ก่อน) เริ่มต้น

alevel

 

 

 

(2)เด็กผู้ชายไง, เด็กผู้ชายไง,​ เด็กผู้ชายไง

DIsjBagVoAAAto1.jpg-large

ใช่แล้ว … สิ่งที่ชาวเน็ตเคยปรามาสไว้ว่าจะเป็นจุดอ่อนของรายการ ดันกลายเป็นหนึ่งในคีย์หลักของความสำเร็จ

แต่เราคงพูดไม่ได้ ว่านั่นคือทุกอย่าง

อุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้ไม่เคยขาดแคลนรายการ Survival Reality Show นับตั้งแต่ที่โซเชียลมีเดียยังไม่อยู่ในวิถีชีวิตประจำวันขนาดนี้ เราเคยได้เห็นรายการ “รวมเด็กชาย แล้วคัดเพื่อเดบิวต์” มาแล้วจำนวนไม่น้อย อ๊ะๆ อย่าลืมนะ 2PM และ 2AM  ก็เกิดจากการคัดเลือกเด็กฝึกหัด 10 คนจาก 13 คนในรายการ Hot Blood Guys ปี 2008 (ที่ JYP ร่วมกับ Mnet) โดย 2PM ได้สมาชิก 7 คนจากรายการ ส่วน 2AM ได้สมาชิก 3 คน (อีกหนึ่งคนคือ ชางมิน มาจากการคัดเลือกอื่น)

หรืออย่างรายการไม่นานนี้อย่าง Mix & Match ปี 2014 ซึ่งเป็น Survival Show ที่ YG ร่วมกับ Mnet คัดเลือกจนได้สมาชิกของวง iKon ในปัจจุบัน, หรือรายการที่เริ่มแข่งขันเมื่อกลางปี 2016 คือ Boys24 ที่เป็นรายการนำเด็กผู้ชาย 49 มาฝึกเพื่อคัดเลือกคนที่เหมาะสมเดบิวต์เป็นวงเช่นกัน เป็นต้น

แต่เราคงต้องยอมรับว่า ถึงหลายรายการจะรวมตัวเด็กชายมาคัดเหมือนกัน แต่กระแสความดังของแต่ละรายการไม่เท่ากัน แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้ Produce 101 ซีซัน 2 ได้กระแสเยอะขนาดนี้

มาดูกันที่ข้อ 3

 

(3) ความเป็น Underdog ของเหล่าเด็กฝึก  

Produce-101-Season-2-Recap-Episode-2-AAaaaaaaa

ต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรมบันเทิงขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรบุคคล คนคือปัจจัยหลักของทุกอย่าง กระแสคลั่งไคล้ หลงใหล หรือยี้ ก็เกิดจาก “คน” การคัดเลือก (หรือจริงๆ คือมีเด็กฝึกหัดสมัครมาเอง) คนที่เหมาะสมกับรายการ ทำให้ Produce 101 ซีซัน 2 ได้รับความนิยม

เด็กฝึกหัดที่เข้าร่วม Produce 101 ส่วนใหญ่ เป็นเด็กฝึกจากค่ายเล็กค่ายน้อยทั่วเกาหลีใต้ เป็นเด็กที่แม้จะหน้าตาดี (เพราะถ้าผ่านค่ายมาแล้ว ก็แสดงว่าคัดมาแล้วระดับหนึ่ง) แต่ก็มีลักษณะของ Underdog สูง เด็กบางคนมาจากค่ายที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนในเกาหลีใต้ เด็กฝึกบางคนก็ดูเหมือนจะถูกค่ายดองให้กลายเป็นแค่ Backup Dancer ไปตลอดกาลแน่ๆ เด็กหลายคนมีความฝัน และฝ่าฟันมาหลายปีโดยไม่เคยได้รับโอกาส

ใช่แล้ว ในอุตสาหกรรมบันเทิง หน้าตาและความสามารถเป็นแค่ปัจจัยหนึ่ง แต่โอกาสสำคัญพอกัน สิ่งที่พวกเด็กฝึก Underdog  หลายคนไม่เคยได้รับมาก่อน คือ โอกาส

และ Produce 101 คือโอกาส (อาจจะ) สุดท้ายของหลายคน

รวมถึง 4 คนในข้อ (4)

 

(4) การปรากฏตัวของ 4 สมาชิก NU’EST

onyy4moogeg78rH9u75-o-2

เด็กฝึกที่เข้าร่วมแข่งขันใน Produce 101 ซีซัน 2 ไม่ได้มีแค่เด็กหน้าใหม่ แต่รายการยังเปิดโอกาสให้ไอดอลที่เคยมีผลงานแล้วเข้าร่วมแข่งขันด้วย โดยหลักๆ มีไอดอลที่เดบิวต์มา และได้รับแอร์ไทม์เอ่ยถึงในรายได้ ได้แก่ NU’EST, ToppDogg, และ Hotshot  (ยังมีวงอื่นอีก แต่ไม่ค่อยได้แอร์ไทม์)

การปรากฏตัวของสมาชิก NU’EST อย่าง คิมจงฮยอน, คังดงโฮ, ชเวมินกิ, และฮวังมินฮยอน ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ตอนต้นรายการ เพราะ NU’EST คือวงที่เดบิวต์มาตั้งแต่ปี 2012 (ปีเดียวกับ EXO) ระยะเวลาเกือบ 5 ปีในวงการเพลง น่าจะทำให้พวกเขาสร้างฐานรากอันมั่นคงในฐานะไอดอลกรุ๊ปได้แล้ว แต่ไม่เลย NU’EST เป็นวงที่มีความสามารถ แต่เนื่องจากค่ายส่งไปบุกตลาดต่างประเทศมากกว่าให้ทำงานในเกาหลีใต้ ผลเลยออกมาเป็นว่า พวกเขาไม่โดดเด่นในประเทศตนเอง และอนาคตอาจต้องจบลง

คงไม่ดราม่าเกินไป ถ้าจะบอกว่า Mnet กะขายดราม่าของ NU’EST เต็มที่ เส้นเรื่องตอนแรกของรายการที่ออกฉาย (ประมาณ 4 ตอนแรก) เป็นเส้นเรื่องที่แทบจะเรียกได้ว่ามีศูนย์กลางอยู่ที่ NU’EST (และอาจรวม จางมุนบก อีกคน) แต่ขณะเดียวกัน การฉายภาพ NU’EST ของ Mnet ก็ฉายในแนวทาง Underdog วงที่กำลังพยายามเฮือกสุดท้าย เพื่อให้พวกเขามีโอกาสทำตามความฝันต่อ

และบ่อยครั้ง ความเป็น Underdog ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ชมเทใจให้

 

(5)รูปแบบรายการที่โหด แต่ไม่ร้ายกาจ

061497077620

การแข่งขันในรายการต้องถือว่าโหด เพราะมันคือการให้เด็กฝึกหัดทำการฝึกและร่วมแสดง performance ต่างๆ ในเวลาจำกัด พวกเขาต้องพัฒนาความสามารถในการ ร้อง เต้น (รวมถึงแร็ป) และการแสดงออกถึงสีหน้าท่าทางที่มีเสน่ห์เป็นประกายให้ได้ เพื่อให้ผู้ชมจากทั่วประเทศเกาหลีใต้โหวตคะแนนให้ (ซีซัน 2 นี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ชมต่างประเทศโหวตได้)

แต่รูปแบบรายการก็ไม่ร้ายกาจเกินไป เนื่องจากในรายการ Survival Realiry Show นั้น มีรายการอย่าง Boys24 ที่มีกติกาบางรอบให้เด็กฝึกคัดเลือกกันเอง จึงต้องมีคนโดนคัดออกโดยเกิดจากการโหวตของเพื่อนร่วมรายการ ซึ่งลักษณะของรายการแบบนี้ในแง่ผู้ชม บางครั้งก็รู้สึกโหดร้ายเกินไป ขณะที่การโหวตจากผู้ชมทั่วประเทศ แม้จะเสียใจที่มีคนคะแนนไม่ถึง เลยต้องตกรอบ แต่เป็นความรู้สึกที่ว่า “โหวตเข้า” มากกว่า “คัดออก”

(เพราะ Produce 101 เลือกจากคะแนนโหวตของผู้ชม ใครได้คะแนนมากก็ได้เข้ารอบ ในเชิงจิตวิทยา จึงเหมือนเราไม่ได้เลือกคน “ออก” แต่เราเลือกคน “เข้า”)

 

(6)การตัดต่อของ Mnet

1280x720-Nvv

ใช่แล้ว! การตัดต่อของ Mnet ที่หลายคนเรียกว่า “Evil Editing”  นั่นแหละ ที่ทำให้รายการโด่งดัง จริงอยู่ที่ Mnet อาจจะโฟกัสไปที่เด็กฝึกบางคนมากกว่าอีกหลายคน แต่โดยเส้นเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว การตัดต่อของ Mnet สร้างให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วมและลุ้นไปกับเส้นทางของเด็กฝึก ที่ต้องต่อสู้กับศัตรูที่น่ากลัวที่สุด นั่นก็คือ ตัวของพวกเขาเอง

ในการตัดต่อของ Mnet เราได้เห็นช่วงเวลาหลายอย่างของเด็กฝึก ซึ่งส่วนมากเป็นช่วงที่ต้องฝึกฝนและทำการแสดงให้ดีขึ้น มีความขัดแย้งทางความคิดระหว่างเด็กฝึกเกิดขึ้นหลายครั้งในรายการ เราได้เห็นคนที่มีสัญชาตญานของการแข่งขัน (ทั้งกับตนเองและผู้อื่น) คนที่ประนีประนอม คนที่เหมือนจะขี้อายแต่ก็อยากต่อสู้เพื่อให้ได้เป็นศูนย์รวมของความสนใจ คนที่มีความเป็นครู เป็นพี่ชาย เป็นผู้นำ หรือแม้กระทั่งคนที่รู้ตัวว่าทำไม่ได้ดี จนท้อถอดใจ แต่ได้รับการปลุกพลังใจขึ้นใหม่ จากครูฝึก

แม้จะเป็นรายการที่เน้นการแข่งขันเพื่ออยู่รอด แต่การตัดต่อของ Mnet ที่มักลงท้ายด้วยพลังของความฝันและมิตรภาพ แค่พยายามแข่งกับตัวเองให้ดีขึ้นกว่าตัวเราในวันก่อนนั่นก็พอแล้ว เป็นเหมือนเส้นเรื่องที่ทำให้ผู้ชมหลายคนตกหลุมรักเด็กฝึกในรายการ จนอยากเอาใจช่วยพวกเขาต่อจนจบนั่นเอง

 

 

7)ฐานแฟนคลับ และวัฒนธรรมการเชียร์ในโลกออนไลน์

1280x720-SGv

แฟน (คลับ) ไม่ใช่ทุกอย่างของความสำเร็จในวงการบันเทิง แต่แฟนคลับก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก ที่จะชี้ชะตากรรม ว่าใครจะอยู่หรือไป โดยเฉพาะการแข่งขันในรายการ Survival Reality Show

ใน Produce 101 ซีซัน 2 เราสามารถพูดได้ว่า มีเด็กฝึกจำนวนมากที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ ความสามารถ และหน้าตาดี แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้การันตีว่าใครจะประสบความสำเร็จ (ในแง่ความนิยม) เหมือนตอนหนึ่งที่โบอา ตัวแทนโปรดิวเซอร์ทั่วประเทศ พูดว่า “ในเกาหลีมีคนเก่งจำนวนมากที่อาจไม่ถูกมองเห็น” และ “นี่เป็นเรื่องโหดร้าย แต่วงการบันเทิงโหดร้ายกว่านั้น” (คือแข่งขันกันหนักมาก) ดังนั้น นอกจากองค์ประกอบเรื่องความสามารถแล้ว การมีเสน่ห์ดึงดูดใจแฟน และสร้างฐานแฟนคลับให้ได้ จึงเป็นอีกเรื่องที่จำเป็น

และเมื่อฐานแฟนคลับเกิดขึ้น แฟนคลับนี่เองจะเป็นผู้โหมกระพือความนิยมออกไปสู่วงกว้าง

เด็กฝึกในรายการ Produce 101  ซีซัน 2 ได้สร้างฐานแฟนคลับส่วนตัวขึ้นมา บางคนอาจสร้างฐานแฟนได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่บางคนค่อยๆ สร้างฐานแฟนอย่างเชื่องช้า เมื่อแฟนคลับเกิดขึ้น การแข่งขันกันเองระหว่างแฟนคลับ เพื่อเรียกกระแสให้เด็กฝึกที่ตนเชียร์จึงเกิดขึ้น มันคือวัฒนธรรมของแฟนคลับก็ว่าได้ เมื่อเรารักใครสักคน เราอยากให้คนอื่นหลงรักเขาไปด้วย และแฟนนี่เอง ที่คอยทำกิจกรรมนอกรายการ สร้างกระแสในอินเตอร์เน็ต จนทำให้รายการถูกพูดถึงในวงกว้าง

 

จริงๆ เหตุผลที่ทำให้หลายคนหลงรักรายการ Produce 101 ซีซัน 2 น่าจะแตกต่างกันไปตามความนึกคิดของแต่ละคน สำหรับคุณ อะไรคือเหตุผลที่คุณดูรายการนี้?

และสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู …​ คุณอาจนับเป็นทั้งผู้โชคดีและผู้โชคร้ายในเวลาเดียวกัน

 

 

 

หมายเหตุ:

* ปัจจุบัน LINE TV นำ Produce 101 ทั้งสองซีซันมาฉายให้ดูฟรีพร้อมซับไทย ที่ลิงก์ https://tv.line.me/produce101

** ที่มา https://goo.gl/PW6hxj

*** กระทู้ใน reddit ที่อ้างอิงถึงปาร์คจินยอง – https://goo.gl/m6fXu4

**** เรตติ้งเริ่มรายการอยู่ที่ 1.638 % และตอนจบรายการอยู่ที่ 5.197 % – https://goo.gl/JBnmCq

admin
x9k5tx4i4ni8@sg2plcpnl0084.prod.sin2.secureserver.net

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *